|
คำว่า
iontophoresis มาจากภาษากรีก แปลว่า การนำเอาประจุไฟฟ้าเข้าไป
นำมาใช้ทางการแพทย์ เพื่อทำให้ยาซึมผ่านผิวหนังลงไปได้มากขึ้น
ที่นิยมนำมาใช้มากที่สุดได้แก่การใช้รักษาโรคเหงื่อออกมากผิดปกติ
จึงเริ่มมีการใช้ ไอออนโต มารักษาตั้งแต่ ค.ศ. 1936
- 1948 โดยใช้เครื่องมือไอออนโต และสารเคมีเป็นแค่น้ำประปาธรรมดา
ทำบริเวณที่มีเหงื่อออกมากครั้งละ 20 - 30 นาที
สัปดาห์ละ 2 - 3 ครั้ง จนเหงื่อลดลงเป็นปกติ นอกจากนั้นก็มีการใช้สารเคมีต่าง
ๆ มาใช้กับเทคนิค ไอออนโต เพื่อรักษาโรคผิวหนังต่าง
ๆ เช่น โรคด่างขาว, โรคหนังแข็งเป็นหิน, หูดที่ฝ่าเท้า,
แผลร้อนในในปาก, แผลที่ผิวหนัง,เริมที่ริมฝีปาก,
จนมาถึง แผลเป็นจากสิว
เมื่อ
ค.ศ. 1993 มีงานวิจัยของคณะแพทย์ญี่ปุ่นตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ชื่อ
"Skin Surgery" ว่าใช้ iontophoresis ของวิตะมินซีมารักษาฝ้า
และรอยดำจากการเกิดผื่นแพ้สัมผัส สามารถทำให้รอยดำเหล่านี้จางลงได้
ต่อมาก็มีงานวิจัยในประเทศไทยที่
รพ.รามาธิบดี โดยใช้อาสาสมัคร 10 คน โดยให้ผู้เข้าร่วมวิจัยทุกคนหยุดยารักษาฝ้าทุกอย่างยกเว้นยากันแดดเป็นเวลา
1 เดือนก่อนให้การรักษาด้วยวิธีไอออนโต และต่อไปอีก
2 สัปดาห์หลังการศึกษา ผู้เข้ารับการทดลองจะ ได้รับการรักษาด้วย
iontophoresisของวิตะมินซี 2 ครั้งต่อสัปดาห์ เป็นเวลา
12 สัปดาห์ โดยที่ใบหน้าซีกหนึ่งได้ยาจริง (คือวิตะมินซี)
และอีกซีกได้ยาหลอก (คือน้ำเกลือ) ผลการทดลองแสดงว่า
ผู้ป่วย 9 ใน 10 รายมีฝ้าจางลงในด้านที่ ได้รับวิตะมินซี
เมื่อเทียบกับด้านที่ไม่ได้รับยา อย่างไรก็ตามต่อมามีงานวิจัยของ
รพ. ศิริราช ว่า การทำ iontophoresis ด้วยวิตะมินซีรักษาฝ้าไม่ได้ผล
 |
กรณี
การใช้ยาทาเพื่อลบรอยดำของฝ้า หรือรอยแผลเป็นจากสิวหรือจากสาเหตุอื่น
ๆ มักใช้เวลานานหลายเดือน อาจเป็นปี แพทย์ผิวหนังจึงได้นำเครื่องมือไอออนโต
มาใช้ในการนำยาที่ละลายน้ำได้เข้าสู่ผิวหนังลึก
ๆ ได้ อย่างรวดเร็วโดยตัวยาที่ใช้ รักษาได้แก่
วิตามินซี สำหรับลบรอยดำของฝ้า, รอยดำหลังจากการรักษาด้วย
แสงเลเซอร์ และการทำให้ผิวหน้าสดใสและดูอ่อนกว่าวัยขึ้น
และกรดวิตามินเอ เจล สำหรับลบรอยแผลเป็นหรือรอยหลุมที่เกิดจากสิว |
อย่างไรก็ตาม
ไม่ควรทำไอออนโตในผู้ป่วยที่ใช้เครื่องกระตุ้นการเต้นของหัวใจ
ในผู้ป่วยที่มีประวัติแพ้ยา ตัวที่จะนำมาทำไอออนโต
ในผู้ป่วยที่มีบาดแผลที่ผิวหนัง ผิวหนังติดเชื้อบริเวณที่จะทำและในผู้ป่วยที่มีประวัติโรคลมชัก
วิธีไอออนโตนั้นจัดเป็นเพียงเทคนิคเสริม ในการรักษาฝ้า
แต่ผู้ป่วยก็จะต้องเข้าใจว่าในปัจจุบัน ยังไม่มีวิธีใดๆ
ที่จะรักษา ฝ้าให้หายขาดได้ ดังนั้นจึงต้องหลีกเลี่ยงปัจจัยต่าง
ๆ ที่กระตุ้นให้เกิดฝ้า ไม่ว่า จะเป็น แสงแดด, ความร้อน,
ฮอร์โมน ร่วมไปด้วย และเนื่องจากฝ้าน่าจะเป็นแค่
เรื่องสวย ๆ งาม ๆ การรักษาฝ้าจึงต้องคำนึงถึงเวลาและค่าใช้จ่ายด้วย
สำหรับ ค่าใช้จ่ายในการทำไอออนโตนั้น ก็ควรอยู่ระหว่าง
300-500 บาท ต่อครั้ง และเนื่องจากเทคนิคนี้เป็นเทคนิคทางการแพทย์
เพื่อความปลอดภัยจึงควรปรึกษา แพทย์ผิวหนังโดยตรง
ไม่ควรไปรับบริการจากสถานเสริมความงามที่ไม่มีแพทย์
ควบคุม
(บทความของ น.พ.ประวิตร พิศาลบุตร
ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร "แพรว"10/11/42) |