สิว
|
| สิวเป็นโรคผิวหนังที่พบบ่อยที่สุด
มีลักษณะครบคำจำกัดความของคำว่า "โรค" จึงไม่ได้จัดเป็นแค่ปัญหาความงามแต่เพียง
อย่างเดียว นอกจากนั้นสิวยังมีหลายรูปแบบ ซึ่งจะมีการรักษาที่อาจแตกต่างกันออกไป
ซึ่งต้องอาศัยการวินิจฉัยที่ถูกต้องจากแพทย์ |
|
ขอเล่าเรื่องโรคสิวแบบแปลก
ๆ ให้ฟังกัน สิวแบบแปลก ๆ ที่ระบาดในคนไทยขณะนี้ เช่น สิวแกะเกา
ซึ่งมักพบในสาววัยรุ่น มีอาการมือซ้ายถือกระจก มือขวาบีบแกะสิว
ทำให้เกิดแผลเป็นมากมาย โรคสิวประเภทนี้จะมีความผิดปกติทางจิตใจ
คือเป็นพวกย้ำคิดย้ำทำ และมีสภาพจิตซึมเศร้าต้องได้รับการรักษาทางจิตร่วมด้วย
ผู้ป่วยอาจมีแนวโน้มที่จะฆ่าตัวตาย,
สิวเสียดสี พบบริเวณหลังและผิวหนังส่วนที่สัมผัสเสียดสีมาก
ๆ เช่น นอนเล่นเครื่องยกน้ำหนัก, สิวจากเครื่องสำอาง
มีลักษณะเป็นสิวอุดตันตุ่มเล็ก ๆ และสิวหัวหนองรอบ ๆ ปาก
จึงควรหลีกเลี่ยงเครื่องสำอางที่เหนียวเหนอะหนะ, สิวจากเจลใส่ผม
ซึ่งพบบ่อยในวัยรุ่นชายไทยขณะนี้ เพราะนิยมแฟชั่นผมตั้ง
พบเป็นสิวอุดตันตามหน้าผากและขมับ, สิวจากสเตียรอยด์
พบเป็นเม็ดมีขนาดเท่า ๆ กัน ตามใบหน้า, หน้าอกและหลังอาจเกิดจากการกินยาหม้อที่แอบเจือปนสารสเตียรอยด์,
สิวจากเชื้อเกลื้อน ที่พบเป็นตุ่มแดงและตุ่มหนองเล็ก
ๆ ที่หน้าอกและหลัง มีอาการคันร่วมด้วย (สิวทั่วไปไม่คัน),
สิวหน้าแดง
พบในคนอายุ 30 ปีขึ้นไป มีลักษณะเป็นตุ่มแดง ตุ่มหนองเล็ก
ๆ และเส้นเลือดฝอย การดื่มแอลกอฮอลและโดนแสงแดดจัดทำให้สิวชนิดนี้กำเริบได้
และหากเป็นนาน ๆ จะทำให้จมูกโตผิดรูปร่าง
สำหรับแนวทางในการป้องกันและรักษาโรคสิวนั้น
ขอแนะนำว่า ต้องไม่รบกวนใบหน้า โดยการเช็ดขัดถูใบหน้าบ่อย
ๆ , ไม่ใช่แผ่นขจัดสิวเสี้ยนบ่อย ๆ เพราะจะยิ่งกระตุ้นให้เกิดสิว,
ให้ใช้สบู่อ่อนล้างหน้า, งดเว้นการใช้เครื่องสำอางที่เหนียวเหนอะหนะ,
ห้ามบีบและแกะสิว, หากเป็นน้อยอาจใช้ยาทา ซึ่งต้องปฏิบัติตามคำแนะนำในฉลากยา,
หากเป็นมากหรืออักเสบมาก จัดเป็นโรคผิวหนัง ควรมาพบแพทย์เพราะจำเป็นต้องได้รับยารับประทาน
โดยต้องรับประทานยาให้ครบและสม่ำเสมอ
เนื่องจากสิวเป็นโรคผิวหนังและมีรูปแบบแตกต่างกัน
จึงมีแนวทางการรักษาได้หลายอย่าง
จึงแนะนำให้ผู้ที่เป็นโรคสิวมาก ๆ มาพบแพทย์ผิวหนังโดยตรง
เพื่อการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้อง
ไม่แนะนำให้รับการรักษาโรคสิวจากร้านเสริมสวย
เพราะนอกจากไม่ได้ผลแล้ว ยังอาจเกิดข้อแทรกซ้อนต่าง ๆ ได้
และมักมีค่าใช้จ่ายสูงอีกด้วย อีกทั้งยังมักถูกชักจูงให้รักษาด้วยวิธีที่เสี่ยงอันตราย
เช่น การเจาะสิว การฉายรังสีและแสงรักษาสิว ซึ่งอาจทำให้เป็นมะเร็งไทรอยด์และมะเร็งผิวหนัง
นอกจากนั้นยารักษาโรคสิวบางตัวอาจทำให้ทารกพิการ สตรีวัยเจริญพันธุ์ที่เป็นสิวจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
( ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร "ชีวิตต้องสู้"
6/11/42)
|
|